regulations

ข้อบังคับสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2549

หมวดที่ 1
บททั่วไป

ข้อที่ 1. สมาคม มีชื่อว่า สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้อักษรย่อ
สนตอ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า CHULALONGKORN UNIVERSIRY PREPARATORY SCHOOL ALUMNI ASSOCIATION UNDER THE ROYAL PATRONAGE ใช้อักษรย่อว่า CUPSAA

ข้อที่ 2. สมาคม มีรูปสัญลักษณ์พระเกี้ยวน้อยประดับด้วยรัศมีสีทองบนพื้นสีชมพู มีอักษรย่อ สนตอ CUPSAA และคำว่า สมาคมนักเรียนเก่า เตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์สีทอง อยู่เบื้องล่าง บนพื้นสีขาว และ สีกรมท่า ตามลำดับ ล้อมรอบด้วยรูปหกเหลี่ยมเป็นเครื่องหมาย ตามรูปและลักษณะดังนี้
(รูป)



   เข็มเครื่องหมายสมาชิก ทำด้วยโลหะ โดยย่อส่วนลงจากเครื่องหมายหมายของสมาคม
ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ที่อาคารสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในบรมราชูปถัมภ์ ถนนอังรีดูนังต์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ข้อ 4. สมาคมมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
    4.1 ส่งเสริมเกียรติและชื่อเสียงของโรงเรียน
    4.2 ส่งเสริมความสามัคคีและเกื้อกูลระหว่างสมาชิก
    4.3 ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา และศีลธรรม ของนักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบัน
    4.4 ส่งเสริมการบำรุงสุขภาพและอนามัย
    4.5 ส่งเสริมสวัสดิการ ยกเว้นฌาปนกิจสงเคราะห์
    4.6 ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี กับหน่วยราชการ องค์การ สมาคม หน่วยงานอื่นๆ
ทั้งในและนอกประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

หมวดที่ 2
สมาชิก

ข้อ 5. สมาชิกของสมาคมมี 4 ประเภท คือ
    5.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์
    5.2 สามัญสมาชิก
    5.3 ภาศีสมาชิก
    5.4 สมาชิกสมทบ

ข้อ 6. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีเกียรติชื่อเสียง หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม
ซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรเชิญเข้าเป็นสมาชิก

 ภาคีสมาชิก และสามัญสมาชิก อาจได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ได้ และไม่เสียสิทธิในการ เป็นสมาชิกเดิม
ข้อ 7. สามัญสมาชิก ได้แก่ ภาคีสมาชิกที่ได้ยื่นเป็นสามัญสมาชิก และชำระค่าบำรุงตลอดชีพ
ให้สมาชิกสามัญตามข้อบังคับเดิม เป็นสามัญสมาชิกตามข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่ใช้ข้อบังคับนี้เป็นต้นไป

ข้อ 8. ภาคสมาชิกได้แก่
    8.1 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    8.2 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัยสงคราม
    8.3 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
    8.4 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางแสน
    8.5 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางปู
    8.6 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสามพราน
    8.7 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาคลองอรชร
    8.8 ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนแผนกฝึกหัดครูมัธยม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนักเรียนสาธิตของแผนกฝึกหัดครูมัธยม
    8.9 ผู้ที่เป็น และเคยเป็นอาจารย์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
และอาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์สาธิต สมัยสงคราม
หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางแสน บางปู สามพราน คลองอรชร

ข้อ 9. สมาชิกสมทบได้แก่ ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ข้อ 10.ให้ผู้ต้องการสมัครเป็นสามัญสมาชิกยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการ ให้ผู้สมัครชำระเงินค่าสมัครและค่าบำรุงในวันสมัคร ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัคร เสนอคณะกรรมการบริหารในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อลงมิติเข้าไว้เป็นสมาชิก ให้เลขาธิการแจ้งมิติของคณะกรรมการบริหาร ให้ผู้สมัครทราบเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วให้นายทะเบียนจัดการลงชื่อขึ้นทะเบียบไว้ และให้ถือวันขึ้นทะเบียนเป็นวันเริ่มเข้าสู่สมาชิกภาพ ถ้ากรรมการบริหารมีมติคัดค้าน ให้เลขาธิการคืนเงินค่าสมัครและค่าบำรุงแก่ผู้สมัคร

ข้อ 11. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ภาคีสมาชิก และสมาชิกสมทบ ไม่ต้องเสียค่าสมัครและค่าบำรุง

ข้อ 12. สามัญสมาชิกจะต้องเสียค่าสมัครคนละ 20 บาท

ข้อ 13. สามัญสมาชิกชำระค่าบำรุงสมาคมครั้งเดียวตลอดชีพเป็นเงิน1,000บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

ข้อ 14. สมาชิกมีสิทธิประดับเข็มเครื่องหมายของสมาคม

ข้อ 15. สมาชิกมีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคม โดยปฏิบัติตามระเบียบของสมาคม

ข้อ 16. สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุม หรือเสนอข้อคิดเห็นอันเกี่ยวกับกิจการของสมาคม

ข้อ 17. สามัญสมาชิกมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุม

ข้อ 18. สมาชิกย่อมมีความรับผิดชอบต่อสมาคมเพียงเท่าจำนวนเงินค่าบำรุง และหนี้อย่างอื่น ที่สมาชิกค้างชำระเท่านั้น

หมวดที่ 3
การขาดจากสมาชิกภาพ
ข้อ 19. สมาชิกย่อมขาดสมาชิกภาพ ในกรณีดังต่อไปนี้
    19.1 ตาย
    19.2 ลาออก สมาชิกจะลาออกจากสมาชิกภาพได้ โดยการแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์ ต่อคณะกรรมการบริหาร
    19.3 ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล เป็นคนล้มละลาย คนสาบสูญ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ แล้วแต่กรณี
    19.4 ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยมติเอกฉันท์ ของคณะกรรมการบริหารที่มาประชุม หรือโดยที่ประชุมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสามัญสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

หมวดที่ 4
คณะกรรมการบริหาร
ข้อ 20. ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งนายก ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง หากมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน ให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่โดยวิธีลับระหว่างผู้ได้รับคะแนนสูงสุด เท่ากัน

ข้อ 21. ให้นายกแต่งตั้งกรรมการบริหารทุกตำแหน่งจากสามัญสมาชิก โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน และไม่มากกว่า 100 คน และให้ดำรงตำแหน่งได้วาระ ละ 1 ปี

ข้อ 22. คณะกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้
นายก
อุปนายก
เลขาธิการ
เหรัญญิก
นายทะเบียน
สาราณียกร
ปฏิคม
ประธานฝ่ายต่างๆ
กรรมการกลาง

ข้อ 23. ถ้ากรรมการบริหารตำแหน่งใดว่างลง ก่อนครบวาระให้นายกแต่งตั้งสามัญสมาชิกเข้าแทนได้ และให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าระยะเวลาของผู้ที่ตนแทน ถ้าตำแหน่งนายกว่างก่อนครบวาระ ให้เลื่อนอุปนายก อาวุโสสูงสุดขึ้นดำรงตำแหน่งนายกแทน และให้นายกแต่งตั้งอุปนายกคนใหม่จากคณะกรรมการบริหารแทน

ข้อ 24. กรรมการบริหารย่อมพ้นจากตำแหน่ง โดย
   24.1 ครบวาระ
   24.2 ขาดจากสมาชิกภาพ
   24.3 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสามัญสมาชิกที่เข้าร่วม ประชุม ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารครบวาระตามข้อ 24.1 หรือ ออกทั้งคณะตามข้อ 24.3 ให้คณะกรรมการบริหาร ชุดเดิมบริหารงานไปพลางก่อน และจะต้องดำเนินการเลือกตั้งนายกใหม่ และจะต้องมอบหน้าที่ให้แก่ คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน

ข้อ 25. ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษาหารือ กิจการสมาคมอย่างน้อยสองเดือนต่อครั้ง โดยนายก หรือผู้ที่คณะกรรมการในที่ประชุมเห็นชอบเป็นประธานในการประชุม องค์ประชุมคณะกรรมการบริหารต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการบริหาร มติของที่ประชุม ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเท่ากันให้ ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด นายกอาจเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารได้เป็นครั้งคราว

ข้อ 26. คณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคม ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในขอบเขตวัตถุ ประสงค์ และมีอำนาจ
    26.1 ตราระเบียบเพื่อดำเนินการของสมาคมให้มความเจริญมั่นคง
    26.2 แต่งตั้งผู้แทนสมาคมประจำภาคหรือประจำจังหวัด
    26.3 แต่งตั้งกรรมการบริหารหรือสมาชิกเป็นอนุกรรมการ เพื่อดำเนินกิจกรรมพิเศษของสมาคมตาม ความเหมาะสม เช่น งานด้านวิชาการ วิเทศสัมพันธ์ สวัสดิการ และกีฬา เป็นต้น
    26.4 ทำนิติกรรมผูกพันสมาคม หรือสั่งจ่ายเงินของสมาคม เพื่อดำเนินการได้ตามความเหมาะสม ตามระเบียบของสมาคม
    26.5 เชิญผู้ทรงเกียรติหรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการที่ปรึกษา หรือเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ หรือเป็น อนุกรรมการ

ข้อ 27. บัญชีงบเดือนและงบดุล ต้องมีรายการย่อแสดงจำนวนทรัพย์สิน และหนี้สินของสมาคมตามระเบียบ ของสมาคม

ข้อ 28. คณะกรรมการบริหารจะต้องจัดให้มีการจดบันทึก การประชุมของคณะกรรมการบริหาร หรือคณะอนุกรรมการ ลงไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง ให้เก็บรักษาสมุดบันทึกไว้ ณ สำนักงานใหญ่ของสมาคม และสมาชิกมีสิทธิ ร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อตรวจสอบดูบันทึการประชุมได้

หมวดที่ 5
การประชุมใหญ่
ข้อ 29. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้มีขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้คณะกรรมการบริหารแถลง ผลงานและเลือกตั้งนายกคนใหม่เมื่อครบวาระ โดยระบุ วัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม และแจ้งล่วงหน้า ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน การประชุมใหญ่ต้องมีสามัญสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะถือว่า เป็นองค์ประชุมมิฉะนั้นให้มีการเรียกประชุมใหม่ภายในกำหนด 30 วัน โดยการประชุมที่นัดเรียกใหม่นี้ให้ถือองค์ ประชุมไม่น้อยกว่า 30 คน

ข้อ 30. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจัดให้มีขึ้นได้ เมื่อคณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควร หรือ สมาชิกจำนวนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป แสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการ และต้องมีองค์ประชุม ไม่น้อยกว่า 50 คน จึงลงมติโดยเสียงข้างมากได้

ข้อ 31. ให้นายกทำหน้าที่ประธานในการประชุมใหญ่ และให้เลขาธิการทำหน้าที่จดบันทึกรายงานการ ประชุม ในกรณีนายกไม่สามารถทำหน้าที่ประธานในการประชุมใหญ่ได้ ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่ง หรือผู้ที่ ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ทำหน้าที่แทน ในกรณีที่เลขาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานในการประชุม ใหญ่แต่งตั้งกรรมการบริหารหรือสามัญสมาชิก ผู้ใดผู้หนึ่งทำหน้าที่แทน

ข้อ 32. ให้เลขาธิการหรือผู้ทำหน้าที่แทนในการประชุมใหญ่ รวบรวมรายงานการประชุม ซึ่งประธานได้ ลงนามรับรองแล้วไว้เป็นหลักฐาน

หมวดที่ 6
การเงิน

ข้อ 33. ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ ในการเงินและทรัพย์สินของสมาคมตามกฎหมาย ใบสั่งจ่ายเงินแต่ละครั้ง นายกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และเหรัญญิก หรือ กรรมการบริหารที่นายก มอบหมายต้องลงนามรับรองกำกับไว้ ตามระเบียบของสมาคม

ข้อ 34. เหรัญญิกต้องนำเงินของสมาคมไปฝากธนาคารซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นชอบ และให้นำฝาก ประเภทเงินฝากประจำ หรือดำเนินการอื่นใดที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่กรณีเงินบริจาครายใดที่มีเงื่อนไข กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

    - เหรัญญิกรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
    - นายกหรืออุปนายก และเหรัญญิก หรือกรรมการบริหารที่นายกมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติให้
จ่ายเงินในกิจการของสมาคมจากธนาคาร และประทับตราของสมาคมเป็นสำคัญ
    - ให้นายกมีอำนาจสั่งจ่ายได้คราวละไม่เกิน 50,000 บาท(ห้ามื่นบาทถ้วน)ในกิจการของ
สมาคมโดยไม่ต้องผ่านมติที่ประชุมก่อน แล้วรายงานให้ที่ประชุมทราบภายหลัง

ข้อ 35. ให้มีผู้สอบบัญชีที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ และต้องเป็นผู้ที่มิได้เป็นกรรมการบริหาร กับจะ ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมาย ในระหว่างที่ยังไม่มีการประชุมใหญ่ ถ้าผู้สอบบัญชีไม่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเป็นการชั่วคราวได้

หมวดที่ 7
การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 36. การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ อาจทำได้ โดยมติที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสามัญที่เข้าร่วมประชุม ข้อ 37. ให้ยกเลิกข้อบังคับซึ่งใช้อยู่ก่อนข้อบังคับนี้เสียทั้งสิ้น ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2549

หมวดที่ 8
การเลิกสมาคม

ข้อ 38. การเลิกสมาคมให้เป็นไปตามกฎหมาย และให้ที่ประชุมเป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี แล้วให้ โอนทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือเป็นสมบัติของ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาต่อไป

หมายเหตุ : ข้อบังคับสมาคมฉบับนี้ได้แก้ไข เพิ่มเติมมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2549 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2549